10 ก.ย. 2553

อาชีพใหม่ไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้

อาชีพเดิมที่คนลุ่มน้ำปากพนังทำมานมนาน ได้หายไปเพราะการปิดประตูระบายน้ำแห่งนี้ ทำไห้ชาวบ้านต้องทำงานนอกบ้านกันหนัก ขึ่นค่าแรงก็ไม่พอยังชีพ หรือถ้าพอยังชีพก็ไม่มีเงินเก็บ แค่อยู่ได้ไปวัน ๆ เมื่อก่อนนี้ชาวบ้านลุ่มน้ำปากพนังจะ มีปูมีปลาที่จับมาได้ในลุ่มน้ำเพื่อ นำมาเป็นอาหารและนำมาขายเลี้ยงชีพ เป็นรายได้เสริมและรายได้ประจำของคนที่นี้ แต่ตอนนี้ต้องไปซื้อปลาเขากินตามตลาดทำไห้ต้องเสียเงินซื้อมา รายได้ก็น้อยอยู่แล้ว แล้วจะพอกินได้ไง ชาวบ้านต้องทนอยู่โดยที่พูดไม่ได้ ไม่มีใครรับฟัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็บอกเปิดประตูไห้ไม่ได้ เพราะประตูระบายน้ำลงทุนมาเยอะ ต้องทำตามแผนที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรก  สรูปชาวบ้านมีแต่จนและอดยากมากขึ่น  ให้ชาวบ้าน ปลูกผัก ชาวบ้านก็ปลูกได้แต่รายได้จากการปลูกผัก ของคนปากพนังนั้นไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงครอบครัว เพราะผักมันมีมาก ทำให้ราคาถูก  และพ่อค้าแม่ค้าเขาก็รับผักมาจาก ลุ่มน้ำตอนบน  อยู่แล้ว ทำให้การปลูกผักที่นี้ ไม่เพียงพอต่อการคำรงชีพ เพราะไม่มีรายได้เสริมอืน ที่หลากหลายเหมือนเมื่อ ตอนมีน้ำไหลขึ่นลง หรือน้ำเค็มน้ำกร่อย  ตอนนีนี้คนส่วนมากที่ปากพนัง     เดือดร้อนมาก โดยที่ไม่มีใครคัดค้านได้ แล้วสิ่งที่รายงานไปให้กับ ผู้ที่เกี่ยวข่องก็ รายงานว่า ประตูระบายน้ำนี้ดีทุกอย่าง แต่ที่จริงแล้วชาวบ้านพูด ความจริงที่เกิดขึ่นไม่ได้คือ มีประตูระบายน้ำนี้ ผมจนลง ไม่มีเงินส่งลูกหลานเรียน ต่อไปลูกหลานก็คงเป็นกรรมกร นี่คือความจริง  ไม่ใช่ผักชีโรยหน้าเหมือนที่ใครหลายคนเขียนส่งผู้ที่ดูแลประตูระบายน้ำแห่งนี้          
พันธุ์ปลาที่ทางประมงนำมาไห้

พันธุ์ปลาที่เขานำมาแจกจ่ายไห้ชาวบ้านเลี้ยงก็ไม่ได้ เพราะว่าน้ำไม่ถ่ายเทไม่มีออกซิเจนในน้ำน้ำเสียน้ำเน่าแต่เขียนรายงานว่าเชาบ้านได้อาชีพเสริมละอยู่ได้ด้วยลำแข้งตนเองแต่ที่จริงชาวบ้านเดือนร้อนหนักแล้วต่อไปคนลุ่มน้ำปากพนังจะมีเงินส่งลูกส่งหลานเรียนได้ไง ถ้าลูกหลานไม่ได้เรียนก็ไม่มีความรู้แล้วจะเอาความรู้ที่ไหนไปสมัครทำงาน  สรุปต้องเป็นกรรมกรแบกหามเพราะอู่ข้าวอู่น้ำได้หยุดนิ่งแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น