10 ก.ย. 2553

นายประเสริฐ คงสงค์ ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร ย้ำแผนงานพัฒนาต่อเนื่องยิ่งทำก็ยิ่งทำลาย ผลกระทบก็เริ่มตามามาก โดยเฉพาะโครงการขุดลอกคลองตั้งแต่ปากแพรกถึงหน้าโกฏิ "เมื่อก่อนสองฝั่งคลอง ฝังซ้ายมันมีป่าชายเลน ฝั่งขวามันมีป่าไม้ มันเป็นสถานที่ของสัตว์น้ำเล็กใหญ่ เป็นที่วางไข่ อันที่จริง การลอกคลองมันมีวิธีแบบอนุรักษ์ ไม่จะลอกแบบดูด หรือขุดก็แล้วแต่ ขอแค่อย่าทำลายป่าไม้สองฝั่งคลอง ซึ่งระยะทาง 40 กว่ากิโล จากเขื่อนกั้นน้ำเค็มน้ำจืด ไปถึงปากกระวะ แพรกเมือง โดยขุดเอาป่าจากออกแล้วกั้นเป็นสันสูงสองฝั่งคลอง เหมือนถนนสองฝั่ง แต่เป็นดินเลน ทำให้ป่าชายเลน ป่าจากโดนทำลายหมด
โดยธรรมชาติป่าสองฝั่งคลองนั้น มันช่วยดูดซับของเสีย หรือมลภาวะต่างๆ ในลำคลอง และเมื่อขุดลอกทำลายป่าไม้ ก็เกิดสนิมเหล็กในน้ำขึ้น ยิ่งเพิ่มมลภาวะขึ้นอีกด้วย เริ่มลอกตั้งแต่ ปลายปี 2545 จนถึงปัจจุบัน เริ่มมีสนิมเหล็ก ซึ่งมาจากการขุดรากป่าจาก ทำให้รากเหล่านี้คายสนิมหรือยาง ทำให้กุ้ง ปลา ไม่ชอบอาศัยอยู่ หรือถ้าอยู่ก็ไม่ค่อยเจริญเติบโต ปัญหาแบบนี้ไม่เคยมีเลยในคลองหัวไทร ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา
ผมเคยพยายามแจ้งให้หัวหน้าก่อสร้าง 2 กรมชลประทาน ที่แพรกเมืองรับทราบแล้ว เขาก็แจ้งว่าจะลงมาดู แต่ก็ไม่เห็น หรืออาจจะมาแต่ไม่ได้แจ้งให้ชาวบ้านทราบ ชาวบ้านพยายมโทรไป 2-3 ครั้ง แต่ก็ไม่มาหรือบ่ายเบี่ยงมาชี้แจงชาวบ้าน 3-4 เดือน อีกปัยหาหนึ่งก็คือดินที่ขุดถมเป็นสันริมคลองเป็นดินเลน ขี้โคลน ขุดขึ้นตั้งไว้ไม่กี่วันโดนฝนหน่อยก็ยุบหายไปหมด ไหลลงคลองคืนตัวชาวบ้านจริงๆ เขาต้องการให้มันเป็นป่าชายเลน ป่าจากเหมือนเดิม เขาอยากปลูกหรือฟื้นฟูป่ากลับคืนมาทั้งนั้น จึงกำลังจะเรียกร้องให้กรมชลประทานปลูกป่า หรือคืนธรรมชาติให้ชาวบ้านคืน ตัวหน่วยงานให้พื้นที่เอง ก็แจ้งแต่ปาก ดูแต่ตา ไม่เคยคิดจะทำอะไรให้เป็นการแก้ปัญหาเลย
ประเสริฐ คงสงค์

ทั้งหมดนี้ ถ้าภาครัฐหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ ต้องการให้คนหัวไทรอยู่หัวไทร ปากพนังอยู่ปากพนัง ได้ทำมาหากินอยู่ที่เดิมละก็ ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดไป จะให้คนที่นี่ ต่อสู้เหมือนคนภาคอื่นๆ นั้นยาก อย่างดีก็แค่ทำหนังสือ ถึงหน่วยงาน ถ้าเขาแก้ไขให้ก็รอ แต่ถ้าไม่แก้ปัญหาให้ก็ย้ายที่อยู่ ไปที่อื่นๆ มันเป็นอย่างนี้ตลอด ตอนนี้ก็ย้ายออกไปบ้างแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น